10 อันดับการ์ตูนขายดีแห่งปี 2008 ประจำชาร์ทโอริกอน ได้แก่...

1.One Piece วันพีซ
2.Nana นานะ
3.Nodame Cantabile วุ่นรักนักดนตรี
4.Naruto นินจาคาถาโอ้โฮเฮะ
5.Fullmetal Alchemist แขนกลคนแปรธาตุ
6.Bleach เทพมรณะ
7.Hunter X Hunter
8.Hana Yori Dango สาวแกร่งแรงเกินร้อย
9.Kimi ni Todoke และ
10.D.Gray-man ดี.เกรย์-แมน

มัลลิกา ปัญญาธนกิจ

เรื่องที่เราชอบมากที่สุดก็คือวันพีช เย่ๆๆ ถ้าอ่านแล้วจะสนุกมากๆๆ อ่านแล้วแบบว่าติดเลยอ่ะ 555 มันเป็นโลกของความเป็นไปไม่ได้ แต่สนุก มีทั้งเพื่อนการพจญภัย ต่างๆๆ ยังไท่พอ เราก็ชอบนารูโตะ นินจาคาถาโอ้โหเฮะ หนุกเหมือนกานแต่มันออกช้า มากๆๆ รอนาน 2 เรื่องนี้ต้องอ่าน ไม่อ่านไม่ได้แล้ว

เพื่อนอยากรู้มั่ยคะ ว่าหนังสือต้องห้ามของไทยคืออะไร 555 เดี๋ยวเราก็รู้กันว่าเรื่องอะไร คือหนังสือที่มีชื่อว่า กงจักรปีศาจ หนังสือที่ว่าด้วย กรณีสวรรคต ๙ มิถุนายน ๒๔๘๙ กงจักรปีศาจ โดย เรย์น ครูเกอร์ ซึ่งถูกห้ามตั้งแต่พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษในปี ๒๕๐๗ ในชื่อ The Devil’s Discus ต่อมามีการแปลและโรเนียวแจกในแวดวงผู้สนใจ หลังเหตุการณ์ ๑๔ ตุลา ๑๖ ที่เสรีภาพเบ่งบาน มีความคิดที่จะพิมพ์ขายอย่างเปิดเผย แต่ต่อมาความคิดนี้ก็ต้องล้มเลิกไป กงจักรปีศาจ จึงเป็นหนังสือใต้ดินที่ต้องลักลอบขาย หลัง ๖ ตุลา ๑๙ หนังสือเล่มนี้ก็ถูกประกาศเป็นหนังสือต้องห้าม หนังสือเล่มนี้เราอยากอ่านมา แต่ไม่รู้ว่าจะหาซื้อที่ไหนได้ เพราะถูกสั่งให้ทำลายไป หนังสือนี้น่าสนมากๆๆ ต้องหาอ่าน

มัลลิกา ปัญญาธนกิจ

การที่เราจะต้องการแผ่นพับอย่างแบบหนึ่งเราคงต้องศึกษาวิธีของการออกแบบ กำหนด รูปแบบของแผ่นพับ ว่าเราชอบแบบไหนบ้าง มากน้อยแค่ไหน ต้องการปรับเปลี่ยนอะไร เราก็มีวิธีง่ายๆ ในการเลือก กำหนดรูปแบบ

1.การกำหนดขนาดและรูปแบบของแผ่นพับ
แผ่นพับเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ซึ่งจัดเป็นการเผยแพร่ถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรงชนิดหนึ่ง การนำไปใช้งานนั้นอาจทำได้หลายวิธี โดยส่งทาง ไปรษณีย์ให้ผู้อ่านที่คาดว่าจะเป็นกลุ่มที่สนใจสินค้าหรือบริการนั้นๆ หรือนำไปใส่ไว้ในกล่องที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษ ซึ่งจะไปตั้งตามสถานที่สาธารณะ เช่น ศูนย์การค้า เพื่อให้ผู้ที่สนใจหยิบไปเอง (Take-Onebox) นอกจากนี้ยังมีการใช้คนไปยืนแจกตามสถานที่ที่คาดว่ากลุ่มคนที่สนใจจะไปการผลิต รูปแบบของแผ่นพับจะเป็นกระดาษแผ่นเดียว พิมพ์ทั้งสองหน้า แล้วพับอย่างน้อย 1 พับ รูปแบบที่นิยมที่สุดคือเป็นกระดาษขนาดเอสี่แล้วพับ 2 ครั้ง
2.การกำหนดลักษณะการส่ง
เนื่องจากการนำแผ่นพับไปใช้งานนั้นทำได้หลายวิธีตามที่ได้กล่าวไปข้างต้นแล้ว การกำหนดลักษณะการแจกจ่ายแผ่นพับ ที่แน่นอน จะทำให้ทราบ ล่วงหน้าถึงข้อที่ควรคำนึงถึงในขั้นตอนการออกแบบ เช่น หากจะส่งทางไปรษณีย์ ก็อาจต้องออกแบบซองที่จะใช้ใส่ หรือเว้นพื้นที่ว่างเอาไว้เขียนชื่อ และที่อยู่ของผู้รับ รวมทั้งการติดแสตมป์หรือการเสียค่าไปรษณีย์เป็นการล่วงหน้า เป็นต้น
3.การกำหนดกระดาษ
โดยทั่วไปแล้วการกำหนดกระดาษสำหรับทำแผ่นพับมักจะคำนึงถึงต้นทุนในการผลิตเป็นหลัก เพราะแผ่นพับ 1 ใบที่แจกออกไปนั้น จะมีผู้พบเห็นเพียงคนเดียวเท่านั้น ผิดกับสื่ออื่นๆ เช่น โปสเตอร์ 1 แผ่นที่มีผู้ผ่านไปมาพบเห็นมากมาย อย่างไรก็ตามการกำหนดกระดาษที่ใช้ในการทำแผ่นพับนั้นก็ต้อง มีความเหมาะสมกับสินค้าหรือบริการที่ต้องการสื่อสารด้วย เช่น แผ่นพับของเรือสำราญที่มีความหรูหราก็ควรจะใช้กระดาษที่ดูพิเศษและมีราคากว่ากระดาษทั่วไป ลักษณะของกระดาษที่แตกต่างกันสามารถทำให้แผ่นพับมีลักษณะไม่เหมือนกันอย่างสิ้นเชิง และในด้านเทคนิคกระดาษบางชนิดก็มีข้อจำกัดในเรื่องการพับโดยเฉพาะกระดาษที่มีความหนามากกว่าปกติ คือจะต้องพับไปในแนวเดียวกับทิศทางการเรียงตัวของเส้นใยกระดาษ (Grain) เท่านั้น
4.การกำหนดลำดับของการอ่านตามลักษณะของแผ่นพับ
เมื่อผู้อ่านได้รับแผ่นพับนั้นจะเป็นลักษณะที่ยังพับอยู่ ทำให้ผู้อ่านได้เห็นด้านหน้าก่อนหน้าอื่นๆ จากนั้นเมื่อผู้อ่านคลี่แผ่นพับนั้นออกก็จะค่อยๆ เห็นหน้าอื่นๆ ดังนั้นจึงต้องกำหนดลำดับของเนื้อหาให้อยู่ในตำแหน่งหน้าที่สอดคล้องกับลำดับของการคลี่แผ่นพับนั้นออกอ่าน โดยต้องกำหนดว่าเนื้อหาส่วนใดควรมาก่อนส่วนใดควรมาทีหลัง แล้วจัดวางไปตามส่วนต่างๆ ให้ถูกต้องตามลำดับของการคลี่ออกอ่าน

ทีนี้เราก็ได้แผ่นพับตามที่เราต้องการแล้ว


www.google.co.th



มัลลิกา ปัญญาธนกิจ



สิ่งที่จะทำให้รู้นิสัยของคนเรานั้นมีหลายสิ่งหลายอย่าง กิริยาท่าทางหรือความสนใจในบางสิ่งก็เป็นสิ่งหนึ่งที่สามารถบ่งบอกนิสัยของเราได้ อย่างอ่านหนังสือก็สามารถบอกนิสัยเราได้เช่นกันนะ อยากรู้ว่ามีนิสัยแบบไหนก็ลองอ่านคำทำนายได้เลยค่ะ.....

สมมติว่าเราหยิบหนังสือมาเล่มนึง หากเราเปิดอ่านแค่คร่าวๆ โดยไม่อ่านรายละเอียดอะไรมากนัก....แสดงว่าเป็นคนใจร้อน วู่วาม เวลาจะทำงานอะไรก็ไม่ละเอียดถี่ถ้วนนัก

เปิดอ่านแต่เรื่องที่ตัวเองสนใจ...แสดงว่าเป็นคนที่เป็นเด็กอยู่ในตัวเองสูง มักเอาแต่ใจตัวเอง นึกจะทำอะไรก็ทำไปอย่างนั้น ไม่ค่อยนึกถึงจิตใจผู้อื่นเท่าไหร่นัก

ชอบอ่านทุกหน้าและทุกเรื่อง...จะเป็นคนใจกว้าง ยอมรับความคิดหรือสิ่งใหม่ๆได้ง่ายไม่ว่าจะเป็นความคิดของใครก็ตาม เป็นคนที่ให้โอกาสคนอื่นสูง

ชอบออกเสียงเวลาอ่านหนังสือ...แสดงให้เห็นถึงเปิดเผยจริงใจและซื่อสัตย์ต่อทุกคนที่คบด้วยและเป็นคนไว้ใจได้ไม่ค่อยมีพิษมีภัยกับใคร เป็นครักสงบ มีชีวิตเรียบง่าย สมถะ รักธรรมชาติ
ถึงแม้จะไม่ใช่คนมีภูมิความรู้มากนักแต่ก็มีความน่านับถืออยู่ในตัว มีโลกส่วนตัว และมีโลกในอุดมคติของตัวเอง

ชอบขีดเส้นข้อความสำคัญเวลาอ่านหนังสือ...อุปนิสัยเป็นคนช่างจดจำและค่อนข้งยึดมั่นในตัวเอง สิ่งไหนที่เป็นของตนเองก็ไม่อยากให้คนอื่นมาแย่ง แต่ก็เป็นคนทำงานเก่งและทำงานได้ดี เพราะเวลาทำงานจะทำอย่างจริงจังและไม่ชอบเสียเวลากับเรื่องไร้สาระ

ชอบพับขอบหนังสือ...เวลาอ่านค้างไว้มักจะใช้วิธีพับขอบแทนการใช้ที่คั่นหนังสือ แสดงว่าเป็นคนที่ไม่ค่อยเรียบร้อยนัก แต่เมื่อได้ลงมือทำอะไรก็มักจะทำอย่างจริงจัง หมกมุ่นจนทำสำเร็จ ไม่ค่อยใส่ใจคนรอบข้าง ดูเหมือนเป็นคนเห็นแก่ตัว แต่ที่จริงเค้าไม่เก่งเรื่องโฆษณาประชาสัมพันธ์ตัวเองซะมากกว่า ยิ่งเวลามีคนมาขอความช่วยเหลือ เค้าก็พร้อมจะช่วยเหลืออย่างเต็มที่

พรพิมล ศิลป์มหาบัณฑิต






คำว่า สมุด ในพจนานุกรมให้ความหมายไว้ว่า "กระดาษที่ทำเป็นเล่มมีหลายชนิดเรียกชื่อตามประโยชน์ใช้สอย เช่น สมุดวาดเขียน สมุดแผนที่ สมุดแบบฝึกหัดคัดลายมือ"


คำว่า หนังสือ ในพจนานุกรมให้ความหมายไว้ว่า "เครื่องหมายใช้ขีดเขียนแทนเสียงหรือคำพูด เช่น อ่านหนังสือ เขียนหนังสือ"




ฉะนั้นหากจะตีความตามประสาคนรู้น้อยคงจะได้ความว่า สมุดเป็นต้นกำเนิดของหนังสือ เพราะสมุดคือกระดาษว่างๆจนกระทั่งเราบันทึกอะไรลงไปนั่นแหละมันจึงกลายเป็นหนังสือ

เมื่อหนังสือเกิดจากสมุดเราจึงเรียกสถานที่เก็บว่าห้องสมุด..คำคำนี้ถูกบัญญัติขึ้นใช้อย่างเป็นทางการในรัชกาลที่6 ก่อนหน้านี้เคยมีหลักฐานปรากฎว่าเราเคยใช้คำนี้มาก่อนแล้ว คือคำว่า "หอพระสมุด" ซึ่งใช้กันตั้งแต่อยุธยา แต่นั่นหมายถึงสถานที่ที่เป็นของหลวงหรือในวัง แต่สุดท้ายเหตุผลที่เรายังคงใช้คำว่าห้องสมุดแทนคำว่าห้องหนังสือนั้น็ยังไม่ปรากฎแน่ชัดเพราะเนื่องจากมันแปรเปลี่ยนจากสมุดมาเป็นหนังสือแล้วก็ไม่เห็นมีความจำเป็นต้องใช้คำว่าสมุดเลย

ในสมัยที่ยังไม่มีเทคโนโลยีการพิมพ์ การทำหนังสือสมัยก่อนต้องอาศัยการเขียนด้วยลายมือแต่เพียงอย่างเดียว...อันที่จริงเทคโนโลยีบ้านเราน่าจะเริ่มมีขึ้นตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นช่วงที่มีพวกมิชชันนารีเข้ามาเผยแพร่ศาสนาในอยุธยา มีบาทหลวงผู้หนึ่งชื่อ บาทหลวงลาโน เป็นชาวฝรั่งเศส ได้นำแท่นพิมพ์เข้ามาเพื่อจัดพิมพ์หนังสือสอนออกเผยแพร่เป็นที่พอพระราชหฤทัยของสมเด็จพระนารายณ์ ทรงโปรดเกล้าให้ เจ้าพระยาโกษาธิบดี เดินทางไปฝรั่งเศสเพื่อศึกษาวิธีการพิมพ์แบบฝรั่งเศสเพื่อนำว่าใช้ในอยุธยา.......แต่พอสิ้นสมัยของสมเด็จพระนารายณ์ กิจการโรงพิมพ์ของฝรั่งในกรุงศรีอยุธยาก็เสื่อมถอยลง ด้วยเหตุที่พระเจ้าแผ่นดินพระองค์ถัดมาไม่ใคร่โปรดพวกฝรั่งนัก

หมอบรัดเลย์
กิจการการพิมพ์ของไทยเริ่มต้นอย่างจริงจังในสมัยรัชกาลที่3 โดยผู้เริ่มกิจการ คือ นายแพทย์ แดน บีช แบรดลี่ย์ หรือ หมอบรัดเลย์ โดยท่านเข้ามาในไทยเพื่อเผยแพร่ศาสนาและก็ได้เปิดร้านรักษาผู้คนไปด้วย ซึ่งวิธีหนึ่งที่ใช้เผยแพร่ศาสนาคือการพิมพ์หนังสือ งานแรกที่โรงพิมพ์ของหมอบรัดเลย์ได้ผลิตขึ้นมาเป็นใบประกาศห้ามสูบฝิ่นและห้ามค้าฝิ่น ซึ่งนับเป็นเอกสารราชการฉบับแรกของไทยที่พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์
จากนั้นมากิจการการพิมพ์ของไทยเจริญขึ้นตามลำดับมีหนังสือถูกพิมพ์ออกมามากมาย...เมื่อมีหนังสือเกิดขึ้นก็ย่อมมีการเก็บรักษาจนเกิดเป็นห้องสมุด......หากจะนับเอานิยามของห้องสมุดเป็นสถานที่เก็บหนังสือที่มีการเก็บอย่างเป็นระบบ อาจจะใช้ไม่ได้กับการเก็บหนังสือในยุคก่อน ซึงคงยังไม่มีระบบจัดเก็บเป็นแน่ อีกทั้งทุกวันนี้ก็ยังไม่มีข้อสรุปใดๆว่ามีห้องสมุดแห่งแรกของโลกที่ไหน เมื่อไหร่.....เราค้นพบเพียงแต่ห้องสมุดที่เก่าแก่มากๆเท่านั้น....
พรพิมล ศิลป์มหาบัณฑิต

สมุดข่อย..

ใครรู้จักสมุดข่อยบ้าง...

สมุดข่อยคือ.......การนำเอาพืชต่างๆมาใช้ประโยชน์ การทำกระดาษสมัยโบราณมนุษย์รู้จักพืชหลายชนิด เช่น เปลือกข่อย เปลือกปอสา เปลือกปอตอ หอย เมื่อนำมาต้มหั้ยเปื่อย ผงที่ละเอียดจะทำเป็นแผ่นกระดาษได้



วิธีการผลิต...
1. เริ่มจากการนำเปลือกข่อย หรืออาจผสมกับเปลือกสาเปลือกหอยนำมาผสมกันก้อได้ ต้มจนเปื่อย ใส่ใบมะละกอเพื่อให้เปื่อยเร็วขึ้น
2. นำปอที่เปื่อยแล้วมาล้างน้ำปั้นเป็นก้อนแห้งๆหั้ยหมดน้ำ ใส่ครกตำให้ละเอียด

3. ทำกรอบไม้สี่เหลี่ยมประมาณ 1 เมตร ขึงให้ตึงด้วยผ้าดิบ แช่ลงในน้ำ เทเยื่อปอที่ตำลงไปในกะบะไม้เกลี่ยให้เสมอกัน นำไปผึ่งแดดให้แห้งแล้วลอกออก จะใช้กระดาษสาตามขนาดของกรอบไม้

4. นำกระดาษสามาตัดตามขนาดสั้นยาว พับกลับไปมาที่เรียกว่า "พับกลับหน้ากลับหลัง" จะได้เป็นแผ่นพับกระดาษสา

5. น้ำยาที่ใช้เขียนคือใช้ยางติ้ว ยางพะองมาผสมกับน้ำ ผลชาตรีจะให้ผลสีแดง ถ้าต้องการสีดำก็ผสมเขม่าไฟจากหม้อดินมาบดให้ละเอียด

6. วัสดุที่ใช้ทำที่เขียนมักใช้ต้นโกธา รากดอกเกตุ รากโพธิ์ มาทุบหั้ยเป็นฝอยเหลาให้แหลมคล้ายปลายดินสอ จุ่มน้ำเขียนตามต้องการ

7. แผ่นปกสมุดข่อยนิยมทา สีน้ำเกลี้ยงหลายๆครั้งจนดำสนิททั้งปกหน้า-ปกหลังที่เรียกกันว่า " หลบหน้า-หลบหลัง" (หลบ-คืนมา)



พรพิมล ศิลป์มหาบัณฑิต















หนังสือเก่าเป็นหนังสือหายาก (Rare Books) ประเภทหนึ่งที่มีคุณค่ามาก เป็นเอกสารอ้างอิงสำหรับการค้นคว้าวิจัย เป็นเอกสารปฐมภูมิ (Primary Source) ในด้านประวัติและการพัฒนาการของการพิมพ์ ทั้งลักษณะรูปเล่ม ตัวอักษร และรูปแบบอื่นๆ หนังสือเก่าหรือหนังสือหายากไม่สามารถหาอ่านได้ในห้องสมุดทั่วๆ ไป และไม่สามารถหาซื้อได้จากสำนักพิมพ์หรือร้านขายหนังสือทั่วไปด้วย หนังสือเก่าบางประเภทมีราคาสูงมากทัดเทียมกับของที่มีค่าอื่นๆ ดังนั้นในปัจจุบันจึงมีผู้สนใจหนังสือหายากหรือหนังสือเก่าเป็นจำนวนมาก
หนังสือราชกิจจานุเบกษา เป็นสิ่งพิมพ์ของรัฐบาลประเภทวารสารฉบับแรกของไทย พิมพ์เผยแพร่แก่บรรดาข้าทูลละอองธุลีพระบาทเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๐๑ ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ และได้มีการหยุดพิมพ์ไปในช่วงเวลาหนึ่งแต่ก็กลับมาพิมพ์เผยแพร่ต่อเนื่องในเวลาต่อมา จนถึงทุกวันนี้ นับเป็นสิ่งพิมพ์ของไทยที่มีอายุยาวนานที่สุด

หนังสือราชกิจจานุเบกษา เป็นเอกสารสำคัญยิ่งของบ้านเมืองในทางประวัติศาสตร์ รัฐศาสตร์ และอักษรศาสตร์ และยังเป็นเอกสารอ้างอิงที่สำคัญของทางราชการ และประชาชน
ในปัจจุบันสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการจัดพิมพ์โดยแบ่งหนังสือราชกิจจานุเบกษาออกเป็น ๔ ประเภท คือ

ประเภท ก ฉบับกฤษฎีกา ลงประกาศเกี่ยวกับกฎหมาย
ประเภท ข ฉบับทะเบียนฐานันดร ลงประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เหรียญราชการและยศ
ประเภท ค ฉบับทะเบียนการค้า ประกาศเกี่ยวกับการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนและบริษัท
ประเภท ง ฉบับประกาศทั่วไป เป็นประกาศเรื่องอื่นๆ นอกเหนือจากที่ระบุในประเภท ก - ค

หนังสือราชกิจจานุเบกษา ทั้ง ๔ ประเภท จะมีกำหนดออกฉบับปกติต่างกันและจะออกตอนพิเศษสำหรับเรื่องที่มีความจำเป็นและความเร่งด่วนด้วย
หนังสือราชกิจจานุเบกษา ฉบับพิเศษ จะออกในวาระที่มีเหตุการณ์สำคัญของบ้านเมือง เช่น ราชกิจจานุเบกษา ฉบับจดหมายเหตุงานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี (พ.ศ.๒๕๒๕) ราชกิจจานุเบกษา ฉบับงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ฯลฯ
ราชกิจจานุเบกษา ฉบับพิเศษดังกล่าว ในปัจจุบันกรมศิลปากร โดยกองจดหมายเหตุแห่งชาติ เป็นหน่วยงานที่รวบรวมเรียบเรียงแล้วมอบต้นฉบับให้สำนักเลขาธิการ คณะรัฐมนตรีจัดพิมพ์เผยแพร่
ผู้สนใจหนังสือราชกิจจานุเบกษาบอกรับเป็นสมาชิก หรือซื้อได้ที่สำนักเลขาธิการ คณะรัฐมนตรี (ในบริเวณโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าเดิม ถนนราชดำเนิน ตรงข้ามกระทรวงศึกษาธิการ หรือหาอ่านได้ที่ หอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร
หนังสือราชกิจจานุเบกษาเป็นเอกสารอ้างอิงที่สำคัญ และเป็นหลักฐานสำคัญเพื่อประกอบในการยื่นคำร้องของสิทธิบางอย่างของทางราชการ ดังกล่าวข้างต้น หอสมุดแห่งชาติได้ตระหนักถึงหน้าที่ในการเก็บรักษา อนุรักษ์ และการให้บริการ จึงได้เก็บรวบรวมและรักษาราชกิจจานุเบกษาตั้งแต่เล่มแรกจนถึงปัจจุบัน และให้บริการดังนี้
- ฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๔๐๑ และฉบับพิมพ์ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๑๗ - ๒๔๕๙ ให้บริการการอ่านจากไมโครฟิล์ม
- ฉบับพิมพ์ พ.ศ.๒๔๖๐ - ปัจจุบัน ให้บริการจากรูปเล่มหนังสือโดยตรง

(ลำดวน เทียมฆนิธิกุล บรรณารักษ์หอสมุดแห่งชาติ ค้นคว้าเรียบเรียง)


ที่มา http://www.sakulthai.com/


รุ่งทิพย์ พรหมนิมิตกุล

Blogger Template by Blogcrowds